ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด vs MDF ไขข้อสงสัยเลือกแบบไหนดี?
ในโลกของการผลิตเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งภายใน ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดและไม้ MDF (Medium-Density Fiberboard) เป็นวัสดุทางเลือกยอดนิยมที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบกัน การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพ ทนทาน และสวยงาม วันนี้ RMC Group จะพาคุณไปเจาะลึกถึงความแตกต่างระหว่างไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดและไม้ MDF เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกวัสดุที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างชาญฉลาด
ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด (Particle Board) คืออะไร?
ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด (Particle Board) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าชิปบอร์ด ผลิตจากเศษไม้ขนาดเล็ก เช่น ชิ้นไม้หรือเศษไม้ที่เหลือจากกระบวนการผลิตอื่นๆ โดยเศษไม้จะถูกนำมาบดและผสมกับกาวสังเคราะห์ จากนั้นนำไปอัดด้วยความร้อนและแรงดันสูงให้เป็นแผ่นไม้ที่มีความหนาแน่นและขนาดตามต้องการ เพื่อความสวยงามและเพิ่มคุณสมบัติในการใช้งาน ผิวหน้าของไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดมักถูกปิดทับด้วยวัสดุต่างๆ เช่น ไม้ปาร์ติเกิลปิดผิวกระดาษ ไม้ปาร์ติเกิลปิดผิวเมลามีน หรือไม้ปาร์ติเกิลเคลือบลามิเนต โดยความหนาของไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดที่นิยมนำมาใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์จะอยู่ที่ประมาณตั้งแต่ 15 มม. จนถึง 25 มม.
ไม้ MDF (Medium-Density Fiberboard) คืออะไร?
ไม้ MDF หรือแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลาง โดยไม้ MDF ผลิตจากผงไม้บดละเอียดที่ได้จากเนื้อไม้ เช่น ไม้ยูคาลิปตัสหรือไม้ยางพารา ได้นำไม้มาสับและบดจนเป็นผงไม้ขนาดเล็ก ผงไม้จะถูกนำไปผสมกับกาวเรซินและอัดด้วยแรงดันและความร้อนที่สูงมาก ส่งผลให้ไม้ MDF มีความหนาแน่นและเป็นเนื้อเดียวกันมากกว่าไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด แต่กระบวนการผลิตไม้ MDF จะใช้แรงดันและอุณหภูมิที่สูงกว่า ทำให้ได้แผ่นไม้ที่มีความหนาแน่นและความแข็งแรงมากกว่า
ความแตกต่างระหว่างไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดและไม้ MDF
โครงสร้างและความหนาแน่น
- ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด มีโครงสร้างที่ประกอบด้วยเศษไม้ชิ้นเล็กๆ ที่มีขนาดไม่สม่ำเสมอ ทำให้เนื้อไม้มีความแน่นน้อยกว่า และมีช่องว่างระหว่างเศษไม้มากกว่า ส่งผลให้มีความหนาแน่นต่ำกว่า MDF โดยทั่วไปจะมีความหนาแน่นประมาณ 600-750 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- ไม้ MDF มีโครงสร้างที่ประกอบด้วยเส้นใยไม้ละเอียด ทำให้เนื้อไม้มีความแน่นและเนียนกว่า ไม่มีช่องว่างระหว่างเส้นใยมากนัก ส่งผลให้มีความหนาแน่นปานกลางที่สูงกว่าไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด โดยทั่วไปจะมีความหนาแน่นประมาณ 700-800 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ความแข็งแรงและการรับน้ำหนัก
- ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด เนื่องจากมีความหนาแน่นต่ำกว่า ทำให้มีความแข็งแรงน้อยกว่า MDF ไม่เหมาะกับงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก หรือต้องรับแรงกระแทกบ่อยๆ
- ไม้ MDF มีความหนาแน่นสูงกว่า ทำให้มีความแข็งแรงและทนทานต่อการรับน้ำหนักได้ดีกว่าไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรง เช่น โครงตู้ หรือชั้นวางของที่ต้องรับน้ำหนักมาก
การทนน้ำและความชื้น
- ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด โดยทั่วไปแล้วไม่ทนน้ำและความชื้น หากสัมผัสกับน้ำหรือความชื้นเป็นเวลานาน จะเกิดการบวมพองและเสียหายได้ง่าย อย่างไรก็ตาม มีไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดชนิดพิเศษที่ผสมสารกันชื้น ทำให้ทนทานต่อความชื้นได้ดีกว่าไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดธรรมดา เหมาะสำหรับใช้งานในบริเวณที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องครัว หรือห้องน้ำ
- ไม้ MDF มีความทนทานต่อความชื้นได้ดีกว่าไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดธรรมดา แต่ก็ไม่ควรนำไปใช้งานในบริเวณที่ต้องสัมผัสกับน้ำโดยตรงเป็นเวลานาน เช่นเดียวกับไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด มี MDF ชนิดพิเศษที่ผสมสารกันชื้น ทำให้ทนทานต่อความชื้นได้ดียิ่งขึ้น
พื้นผิวและการตกแต่ง
- ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด มีพื้นผิวที่ไม่เรียบเนียน อาจมีรอยขรุขระ หรือเห็นเศษไม้ได้ชัดเจน ทำให้ต้องมีการเตรียมพื้นผิวที่ดีก่อนการทำสีหรือปิดผิว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม
- ไม้ MDF มีพื้นผิวที่เรียบเนียน สม่ำเสมอ ทำให้ง่ายต่อการทำสีและปิดผิว สามารถพ่นสี ทาสี หรือปิดผิวด้วยวัสดุต่างๆ เช่น ลามิเนต หรือวีเนียร์ ได้อย่างสวยงาม ให้ผิวสัมผัสที่เรียบเนียน
ราคาและการใช้งาน
- ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด มีราคาที่ถูกกว่า MDF ทำให้เป็นตัวเลือกที่ประหยัด เหมาะสำหรับทำเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น ตู้เสื้อผ้า, ชั้นวางของ, โต๊ะทำงาน, โครงเตียง, ผนังกั้นห้อง, บานประตูภายใน, และวัสดุตกแต่งภายในอื่นๆ
- ไม้ MDF มีราคาแพงกว่าไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด แต่ก็มาพร้อมกับความแข็งแรงและความสวยงามที่มากกว่า เหมาะสำหรับทำเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความแข็งแรง ทนทาน และมีผิวสัมผัสที่สวยงาม เช่น ตู้โชว์, หน้าบานตู้ครัว, หัวเตียง, โต๊ะเครื่องแป้ง, เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน, งาน DIY, งานแกะสลัก, และทำแม่พิมพ์
RMC Group แนะนำเลือกไม้แบบไหนตอบโจทย์กว่า?
- เน้นประหยัด คุ้มค่า หากคุณกำลังมองหาวัสดุราคาประหยัด สำหรับทำเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดคือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด
- เน้นแข็งแรง สวยงาม หากคุณต้องการเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรง ทนทาน และมีผิวสัมผัสที่สวยงาม เรียบเนียนไม้ MDF คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า
- ใช้งานในพื้นที่ชื้น หากต้องการใช้งานในพื้นที่ที่มีความชื้น เช่น ห้องครัว หรือห้องน้ำ ควรเลือกใช้ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดชนิดกันชื้น (Moisture Resistant Particle Board) หรือ MDF ชนิดกันชื้น (Moisture Resistant MDF)
RMC Group ผู้เชี่ยวชาญด้านไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดที่คุณวางใจได้
RMC Group ดำเนินธุรกิจไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดมามากกว่า 32 ปี เราเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย เรามีไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดหลากหลายประเภทให้เลือกสรร ทั้งแบบธรรมดาและแบบกันชื้นด้วยคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากลและราคาที่เป็นธรรม
- ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดคุณภาพสูง เราคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ทำให้ได้ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดที่มีความแข็งแรง ทนทาน และได้มาตรฐาน
- ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดหลากหลาย เรามีไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดให้เลือกหลายขนาด ความหนา และประเภท เพื่อตอบสนองทุกความต้องการใช้งาน
- ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดราคาโรงงาน เราเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายโดยตรง ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
หากคุณกำลังมองหาวัสดุสำหรับผลิตเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เรา บริษัท อาร์เอ็มซี กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด ไม้ปาร์ติเกิลเคลือบลามิเนต ไม้ปาร์ติเกิลปิดผิวเมลามีน ไม้ปาร์ติเกิลปิดผิวกระดาษ ไม้เอ็มดีเอฟ วัสดุปิดผิวไม้ และไม้แร็ปปิ้งต่างๆ สำหรับทำตู้เฟอร์นิเจอร์ และตู้น็อคดาวน์แบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์กว่า 32 ปี ในอุตสาหกรรมการผลิตเฟอร์นิเจอร์และการก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดและไม้เอ็มดีเอฟของเราได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศอย่างแท้จริง
ขอใบเสนอราคา ขอใบเสนอราคา : www.rmc.co.th/ใบเสนอราคา-วัสดุตู้น็อตดาวน์
สอบถามเเละสั่งซื้อสินค้าได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
สามารถติดต่อ RMC GROUP ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
Call Center : 034 813 972 80
ติดต่อฝ่ายขาย :061 980 7350
Email : info@rmc.co.th
LINE ID : @rmcgroup